fbpx
นมผึ้งคืออะไร?

นมผึ้งคืออะไร?

Royal jelly

นมผึ้ง หรือ Royal Jelly คือสารอาหารสำหรับตัวอ่อนผึ้งหรือผึ้งนางพญา ผลิตจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ที่อยู่ติดกับต่อมน้ำลายบริเวณส่วนหัวของผึ้งงาน ซึ่งจะถูกผลิตออกมาทุกวัน นมผึ้งถือเป็นอาหารสำคัญสำหรับผึ้งนางพญา เพราะช่วยในการเร่งการเจริญเติบโตของผึ้งตัวอ่อนที่จะกลายเป็นผึ้งนางพญา องค์ประกอบส่วนใหญ่ของนมผึ้งจะเป็นน้ำ 60-70% มีลักษณะเป็นเนื้อครีมสีขาว คล้ายน้ำนมหรือสีเหลืองซีดเนื้อข้นเหนียว มีกลิ่นฉุน รสชาติเปรี้ยว และเผ็ดขมในคอ ในนมผึ้งนี้จะอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย 

สารอาหารหลักๆที่พบในนมผึ้ง

  • 10-Hydroxy-2-Decenoic acid (10-HDA) คือกรดไขมันไม่อิ่มตัว  ซึ่งเป็นสารที่สำคัญที่สุดในนมผึ้งเพราะสามารถพบได้เฉพาะในนมผึ้งเท่านั้น กรด 10-Hydroxy-2-Decenoic acid เป็นแหล่งพลังงานหลัก ที่ทำให้เซลล์ในร่างกายมีความแข็งแรงและยืดอายุเซลล์ให้ยาวขึ้น โดยกรดนี้จะเข้าไปซ่อมแซมหน่วยพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid) ของเราให้แข็งแรงขึ้น
  • โปรตีน ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant), สารต้านเชื้อ(Anti-bacterial), สารต้านเนื้องอก(Anti-timer) เป็นต้น
  • วิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินบีรวม และไบโอติน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
  • เกลือแร่ ได้แก่ แคลเซียม(Calcium), ทองแดง(Copper), เหล็ก(Iron), ฟอสฟอรัส(Phosphorus), โพรแทสเซียม(Potassium),  ซิลิกอน(Silicon), และกำมะถัน(Sulfur หรือ Sulphur) นอกจากนี้ยังมีแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทของมนุษย์

ประโยชน์ของนมผึ้งต่อสุขภาพของเรา

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรค ช่วยสร้างภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ  เนื่องจากสาร10-Hydroxy-2-Decenoic acid ที่พบเฉพาะในนมผึ้งนั้นเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น เพราะจะช่วยในการทำให้เซลล์แข็งแรง ยืดอายุเซลล์ ป้องกันเซลล์ผิวถูกทำลาย และทำให้มีผิวพรรณที่ผ่องใส มีน้ำมีนวล ดูอ่อนกว่าวัย เมื่อบริโภคนมผึ้งเป็นประจำ
  • บรรเทาอาการวัยทอง  อาการวัยทองถือเป็นปัญหาทางสุขภาพของผู้หญิงวัยกลางคน เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโพรเจสเตอโรน( Progesterone) จะค่อนข้างแปรปรวนเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดอาการหลายอย่างตามมา เช่น ช่องคลอดแห้ง คันในช่องคลอด แสบร้อน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะสามารถบรรเทาลงด้วยการใช้สารหล่อลื่นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น  แต่จากการศึกษาในผู้หญิงวัยทองที่แต่งงานแล้ว อายุ 50-65 ปี จำนวน 90 คน โดยให้มีการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ นมผึ้ง 15% พบว่าการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งทาที่บริเวณช่องคลอดแทนสารหล่อลื่น ทำให้ผู้หญิงวัยกลางคนมีประสิทธิภาพในการพัฒนาชีวิตของผู้หญิงวัยกลางคนได้ดีขึ้น เนื่องจากนมผึ้งมีคุณสมบัติด้านจุลชีพและมีคุณสมบัติที่คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)
  • ช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด ในผู้ป่วยที่บริโภคนมผึ้งขนาด 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถลดไขมัน (total serum lipid) ในเลือดได้ 10% และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (cholesterol) ในกระแสเลือดได้ถึง 14 %
  • ช่วยปรับระดับความสมดุลของฮอร์โมนทั้งในเพศชายและเพศหญิง ซึ่งนมผึ้งจะช่วยในการควบคุมต่อมไร้ท่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการปวดเมื่อยตามบริเวณกล้ามเนื้อตัว   ทำให้ร่างกายกลับมาสมดุลอีกครั้ง ในผู้หญิงนมผึ้งนี้จะช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ควบคุมวงจรของประจำเดือน
  • ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท เนื่องจากสารแอซิติลโคลีน (acetylcholine) ในนมผึ้ง สามารถช่วยขยายหลอดเลือด ส่งผลให้ระบบประสาทและการทำงานของสมองดีขึ้น ความดันโลหิตลดลง เลือดในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยบำรุงตับ และนอกจากนั้นยังช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) ได้อีกด้วย
  • ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน(Diabetes) โดยนมผึ้งจะช่วยลดน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด จากการทดลองกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน พบว่าการรับประทานนมผึ้งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด สามารถช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้ดีขึ้น
  • ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีปัญหาซึมเศร้า หรือมีภาวะเครียดบ่อยๆ เครียดมากๆ ไม่ว่าสาเหตุนั้นจะมาจากเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว นมผึ้งจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ เพราะในนมผึ้งนั้นมีสารที่ชื่อว่า 10-Hydroxy-2-Decenoic acid (10-HDA)  ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ช่วยบำรุงสมอง ลดความตึงเครียดและความวิตกกังวล และกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เรานอนหลับได้สบายขึ้น
  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากในนมผึ้งมีส่วนประกอบของวิตามินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินบีรวม และสารอาหารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ สารต่างๆพวกนี้จะเป็นตัวช่วยในการลดความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อ
  • ลดการเกิดฝ้า กระ อย่างเห็นได้ชัด เพราะนมผึ้งจะช่วยในการควบคุมการกระตุ้นเม็ดสีผิวใต้ผิวหนัง
  • ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและการสูญเสียมวลกระดูก ในผู้สูงวัย สตรีวัยหมดประจำเดือนหรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนจากกรรมพันธุ์ โดยพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติการป่วยด้วยโรคนี้ นมผึ้งจะสามารถช่วยป้องกันได้เพราะมีวิตามินบีที่สามารถช่วยดูดซึมแคลเซียมได้ในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้สามารถกักเก็บแคลเซียมไว้ที่กระดูกได้มากขึ้น ส่งผลให้กระดูกของเราแข็งแรงมากขึ้น
  • ช่วยในเรื่องผิวพรรณ ในนมผึ้งจะมีกรดที่ช่วยในกระบวนการเสริมสร้างคอลลาเจน (Collagen) ทำให้ผิวหนังของเราอ่อนนุ่มขึ้น และทำให้รอยเหี่ยวย่นจางหายไปในที่สุด ซึ่งผู้ที่รับประทานเป็นประจำจะมีผิวที่สวยและใสขึ้น

LYO (ไลโอ) กับเคล็ดลับการดูแลเส้นผม

LYO (ไลโอ) กับเคล็ดลับการดูแลเส้นผม

ผมสวยสุขภาพดีสิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่คุณรู้หรือไม่ การมีเส้นผมและหนังศีรษะสุขภาพดีนั้นเริ่มด้วยการดูแลเส้นผมที่เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น ผมร่วง ผมแตกปลาย รังแค ผมหงอกก่อนวัย โดยมีเคล็ดลับการดูแลเส้นผมง่ายๆ ดังนี้

การสระผมเป็นประจำ

การสระผมเป็นประจำช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมปราศจากสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน อย่างไรก็ตามความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทผมและความชอบส่วนบุคคลค่ะ ซึ่งหากคุณมีผมแห้งมากควรจำกัดการสระผมสัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ และหากคุณมีหนังศีรษะมันการสระผมสามารถได้บ่อยขึ้นตามความต้องการของคุณค่ะ

การใช้แชมพูและครีมนวดผมที่ปราศจากสารเคมี

สิ่งแวดล้อมมลภาวะทางอากาศล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำลายเส้นผมของคุณและเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ค่ะ แต่สิ่งที่คุณควบคุมได้คือ การเลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่เหมาะกับสภาพเส้นผม ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ เช่น พาราเบน แอลกอฮอล์ SLS เป็นต้น เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังในระยะยาวได้ค่ะ เช่น ปัญหาผมร่วง หนังศีรษะอักเสบ รังแค เป็นต้น นอกจากนี้ครีมนวดผมยังเป็นตัวช่วยสำคัญของสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยปกป้องเส้นผมของคุณจากการรุกรานของสิ่งแวดล้อมและการจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน รวมถึงยังช่วยการบำรุงฟื้นฟูเส้นผมค่ะ

การเป่าผมให้แห้งตามธรรมชาติ

แม้ว่าไดร์เป่าผมทำให้ผมของคุณแห้งเร็วและดูสวย แต่การจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อนมากเกินไปสามารถทำลายหนังศีรษะของคุณได้ค่ะ ดังนั้นการการเป่าแห้งตามธรรมชาติหรือการซับด้วยผ้าขนหนูหลังสระผมเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ และไม่ควรเช็ดหรือถูเส้นผมด้วยความรุนแรงอาจทำให้หนังกำพร้าของเส้นผมเสียหายได้ค่ะ และสิ่งสำคัญที่ไม่ควรทำคือการนอนหรือหวีผมในขณะที่ผมเปียก เพราะจะทำให้เส้นผมเสียหาย ขาดหลุดร่วง และเกิดเชื้อราจากการนอนในขณะที่ผมยังเปียกหรือชื้นอยู่ซึ่งปัญหาของการเกิดรังแคและเชื้อราบนหนังศีรษะค่ะ

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผม

การทำทรีทเมนต์ก่อนสระผม เช่น การทาน้ำมันและการนวดช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบนหนังศีรษะผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพิ่มความเงางามและบำรุงเส้นผม ฯลฯ นอกจากนี้ยังคืนความชุ่มชื้นช่วยให้เส้นผมเจริญเติบโตและซ่อมแซมผมแตกปลาย ซึ่งรวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมหลังการสระผมค่ะ ควรเลือกที่เป็นสารสกัดที่อ่อนโยน ปลอดภัย มีสรรพคุณตรงตามเป้าหมายที่คุณต้องการค่ะ LYO (ไลโอ) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากบุคคลที่ใช้จริง LYO แชมพูช่วยลดปัญหาผมร่วง ผมบาง รังแค และปัญหาเส้นผมหรือหนังศีรษะ เนื่องจากเป็นผลิตภัณ์ที่คิดค้น ควบคุมโดยเภสัชและแพทบ์ผู้เชียวชาญค่ะ

ไม่เพียงเท่านั้น

การรับประทานอาหารและการดื่มน้ำมากๆระหว่างวัน

การดูแลเส้นผมและการดูแลผิวจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อให้เจริญเติบโตได้ดีค่ะ และการดื่มน้ำมากๆเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้เส้นผมมีความสมดุลและมีสุขภาพดี คุณอาจใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื้น แต่การดื่มน้ำมากๆในระหว่างวันเป็นการให้ความชุ่มชื้นจากภายในค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผึ้ง

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผึ้ง

คุณรู้หรือไหมว่า ผึ้ง เป็นแมลงที่มีประโยชน์อย่างมาก ทั้งในด้านช่วยเพิ่มผลิตผลของพืชผลทางการเกษตรจากการผสมเกรสพืชของผึ้ง และผลิตภัณฑ์จากผึ้ง ได้แก่ น้ำผึ้ง ไขผึ้ง เกสร นมผึ้ง พิษของผึ้ง และโพรโพลิส ซึ่งมีสารอาหารต่างๆมากมาย ผลิตภัณฑ์จากผึ้งยังสามารถนำมาใช้เป็นยาได้เช่นกันค่ะ และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผึ้ง มีดังนี้

น้ำผึ้ง (Honey)

น้ำผึ้ง

คือ ผลผลิตตจากน้ำหวานดอกไม้และพืชพันธุ์ต่างๆ ที่ผึ้งงานสะสมไว้ในรังผึ้ง ในน้ำผึ้งมีส่วนประของน้ำตาล 70-80% น้ำ และสารประกอบอื่น ๆมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี กรดโฟลิก แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี และแร่ธาตุอื่นๆอีกมากมาย น้ำผึ้งถือเป็นสารอาหารที่ให้ความหวานแต่ไม่ทำให้อ้วนค่ะ ในน้ำผึ้งมีสารที่ทำหน้าที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รักษาแผลไหม้และสมานบาดแผล ปัจจุบันน้ำผึ้งนิยมนำมาเป็นส่วนผสม ของยาหลายหลาก อาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เป็นต้น

ขี้ผึ้ง (Beeswax)

ขี้ผึ้ง

คือ สารสกัดจากรวงผึ้ง ซึ่งมีสารที่ช่วยลดแรงตึง ให้ความนุ่ม นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เครื่องสำอาง ส่วนทางการแพทย์ขี้ผึ้งและน้ำมันมะกอกสามารถช่วยลดโรคผิวหนังหรือโรคสะเก็ดเงินได้ รวมถึงการรักษาแผลติดเชื้อ

เกสรผึ้ง (Bee Pollen)

เกสรผึ้ง

คือ ละอองเม็ดเล็กๆ ที่เกิดจากเกสรตัวผู้ของดอกไม้ คลุกเคล้ากับน้ำหวานของดอกไม้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วนำมาเก็นไว้ที่รังผึ้งเพื่อเป็นอาหารของผึ้ง เกสรผึ้งอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน วิตามิน 16 ชนิด กรดอะมิโน 18 ชนิด โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี เป็นต้น การรับประทานเกสรผึ้ง จะเพิ่มพลังงานและความแข็งแรง ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ลดอาการโรคภูมิแพ้ ไข้หวัด เป็นต้น

พิษผึ้ง (Bee Venom)

พิษผึ้ง

ผลิตจากต่อมสร้างพิษของผึ้งโดยมาเคลือบที่เหล็กไนและปล่อยออกผ่านออกทางเหล็กไนของผึ้งงาน ในพิษผึ้งประกอบด้วย ฮีสตามิน (histamine) เชอโรโตนิน (serotonin) โดพามิน (dopanime) กรดอะมิโน และ เอ็นไซม์ ซึ่งเชื่อกันว่าพิษผึ้งมีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบ บรรเทาอาการเมื่อยล้า และมีผมทำให้ผิวหนังเต่งตึง  มีความยืดหยุ่น ช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์ในการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง

นมผึ้ง (Royal Jelly)

นมผึ้ง

รอยัลเยลลีผลิตในต่อมน้ำลายของผึ้งงาน ถูกนำมาใช้เพื่อให้อาหารตัวอ่อนผึ้งในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และเป็นอาหารของผึ้งนางพญาตลอดการมีชีวิต นมผึ้งเป็นสารสีขาวคล้ายนมข้น อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายต่างๆมากมาย และถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคและอาการทางการแพทย์ ปรับสมดุลการทำงานของร่างกายได้ดีขึ้น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ชะลอภาวะวัยทองหลังการหมดประจำเดือน รวมถึงการบำรุงฟื้นฟูผิวพรรณ ช่วยในการปกป้องผิวจากความแห้งกร้านและช่วยในการลดการอักเสบของผิวหนัง นมผึ้งจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นยาอายุวัฒนะค่ะ

โพรโพลิส (Propolis)

โพรโพลิส

คือ สารลักษณะเป็นยางเหนียวๆโดยผึ้งงานจะเก็บมาจากเปลือกของต้นไม้เพื่อซ่อมแซมรังหรือปิดรอยช่องโหว์ของรังผึ้ง โพรโพลิสอุดมไปด้วยกรดอะมิโน แร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย วิตามินเคและไบโอฟลาโวนอยด์ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถนำมาใช้ในการทาลิปบาล์มได้ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการกำจัดการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบของแผล และช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อลดอาการปวดตามข้อกระดูก ฯลฯ

คำเตือนและข้อควรระวัง ผลิตภัณฑ์จากผึ้งสามารถทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ในบางกรณี หากเกิดอาการแพ้ควรหยุดใช้หรือหยุดรับประทานทันทีและรับปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผึ้ง

กระชับผิวด้วยนมผึ้ง (Royal Jelly)

กระชับผิวด้วยนมผึ้ง (Royal Jelly)

นมผึ้ง (Royal Jelly) เป็นสารอาหารที่ดีที่สุดในการหลั่งของผึ้งงาน โดยถูกออกแบบมาเพื่อเลี้ยงผึ้งนางพญาตลอดการมีชีวิต ซึ่งในขณะที่ผึ้งตัวอ่อนจะได้รับเพียงช่วงระยะเวลาแรกของการเกิดเท่านั้น มีลักษณะเป็นของเหลวสีเหลืองอ่อน คล้ายนมข้น มีกลิ่นเปรี้ยวและรสชาตเผ็ดเล็กน้อย นมผึ้งอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มีสรรพคุณช่วยในการบำรุงร่างกายให้กลไกการทำงานของร่างกายมีความสมดุล นมผึ้ง หรือ รอยัลเยลลี่ ยังที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายและผิวพรรณ ช่วยกระชับผิว และเติมสารอาหารให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ผิวชุ่มชื้น กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอยและปัญหาผิวต่างๆ ก่อนวัยอันควร ซึ่งในปัจจุบันนิยมนำนมผึ้งมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของอาหารเสริม หรือผลิภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ฯลฯ

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสิ่งแวดล้อม Annie B. Bond กล่าวไว้ว่าในขณะที่เรารักตัวเราเองอย่างที่เราเป็นอยู่นั้น ในบางครั้งเราก็อยากจะรู้สึกดีขึ้นและมองโลกในแง่ดีเช่นกัน วันหนึ่งเธอได้ทำการทดลองด้วยการใส่นมผึ้งลงในครีมหน้าโฮมเมด และรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นผลลัพธ์ และรู้สึกว่าผิวของเธอกระชับรัดกุมมากเมื่อครีมแห้ง โดยมีส่วนผสมของครีม ดังนี้

  1. เจลว่านหางจระเข้ ½ ถ้วย
  2. กลีเซอรีนแบบเหลวที่ทำจากผัก (Vegetable Glycerine) 1/8 ถ้วย
  3. นมผึ้ง ½ – 1 ช้อนชา (นมผึ้งหลังจากเปิดใช้งานแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น)

ใส่ส่วนผสมทั้งหลังข้างต้นลงในภาชนะสำหรับผสม จากนั้นคนให้เข้ากันแล้วทาลงบนผิวของคุณ ปล่อยให้แห้ง หากใช้ไม่หมดให้เก็บส่วนที่เหลือไว้ในตู้เย็นได้ค่ะ

นมผึ้ง Royal Jelly แหล่งรวมสารอาหารที่ครบถ้วนจากธรรมชาติไร้สารเคมี ทำให้คงความหนุ่มสาวไว้ได้นานกว่าปกติ 20% ถือว่าเป็นสูตรเด็ดเคล็บลับ สาว 2000 ปี ฉบับพระนางคลีโอพัตรา และการรับประทานนมผึ้งให้ได้ประโยชน์ที่สุด ควรดูที่ความเข้มข้นและอายุของผู้ที่ทานค่ะ เนื่องจากร่างกายของแต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันค่ะ

 

นมผึ้ง(Royal Jelly) vs. น้ำผึ้ง(Honey)

นมผึ้ง(Royal Jelly) vs. น้ำผึ้ง(Honey)

นมผึ้ง(Royal Jelly) vs. น้ำผึ้ง(Honey)

นมผึ้ง(Royal Jelly) และ น้ำผึ้งดิบ(Honey) ได้ความนิยมและการเก็บเกี่ยวนำมาใช้ในรูปแบบต่างๆ เป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว โดยพบภาพวาดในถ้ำที่เก่าแก่ในประเทศอิสราเอลซึ่งมีอายุประมาณ 13,000 ปีแสดงถึงการเลี้ยงผึ้งโดยเชื่อกันว่ามีการเลี้ยงผึ้งกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เนื่องจากคุณประโยชน์ และสารอาหารต่างๆมากมาย และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าในนมผึ้งและน้ำผึ้งมีคุณประโยชน์ที่ความคล้ายคลึงกันมาก ดังนี้

นมผึ้งหรือรอยัลเยลลี่ คือ สารสกัดจากศีรษะของผึ้งงาน เพื่อเป็นอาหารสำหรับตัวอ่อนของผึ้งและผึ้งนางพญา มีลักษณะคล้ายนมข้นหวาน กลิ่นเปรี้ยว รสชาติเผ็ดเล็กน้อย นมผึ้งในหนึ่งรังจะมีปริมาณที่น้อยมาก นมผึ้งมักนำมาใช้ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ของอาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ โดยมีประโยชน์ดังนี้

  • นมผึ้งมีโปรตีนมากกว่า 12 ชนิด ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆมากมาย
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ใช้สำหรับเป็นส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ
  • บำรุง เสริมสร้าง ตับ ไต ให้ทำงานได้ดีขึ้น
  • บำรุงผิวพรรณให้สวยสุขภาพดี
  • ให้พลังงานและความมีชีวิตชีวา
  • การรักษาบาดแผล อาการบาดเจ็บของร่างกาย
  • การต่อสู้กับโรคมะเร็ง
  • ช่วยรักษาภาวะการมีบุตรยาก
  • ปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศ
  • กระตุ้นระบบการย่อยอาหารได้ดีขึ้น
  • เสริมสร้างแคลเซียม บำรุงกระดูกให้แข็งแรง
  • ลดการเกิดโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • นมผึ้งได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารสมอง ชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ การรับประทานนมผึ้งในปริมาณที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความจำและการเรียนรู้
  • ฯลฯ

น้ำผึ้ง (Honey) น้ำผึ้งดิบที่ยังไม่ผ่านกรรมวิธี บริสุทธิ์จากธรรมชาติและไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ มีเอนไซม์, เกสรดอกไม่ , รอยัลเยลลี่, โพลิส, วิตามินที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ และคาร์โบไฮเดรต น้ำผึ้งส่วนใหญจะรู้จักในรูปแบบของ สารให้ความหวานตามธรรมชาติแสนอร่อ โดยประโยชน์มีดังนี้

  • สารให้ความหวานตามธรรมชาติ
  • ช่วยลดการอักเสบ รักษาบาดแผล
  • ต้านเชื้อแบคทีเรียสำหรับผิวหนัง
  • แก้เจ็บคอ ใช้สำหรับเป็นส่วนผสมของยารักษาโรค
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้
  • ช่วยควบคุมระดับอินซูลิน
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ให้พลังงานแก่ร่างกาย
  • บำรุงร่างกายแข็งช่วยในการเจริญเติบโตได้ดี
  • ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ
  • ฯลฯ

นมผึ้ง vs น้ำผึ้ง

ผลการวิจัยและการศึกษาต่างๆเกี่ยวกับ “นมผึ้ง”

ผลการวิจัยและการศึกษาต่างๆเกี่ยวกับ “นมผึ้ง”

ผลการวิจัยนักวิทยาศาสตร์ และการศึกษาต่างๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากตัวผึ้ง พลังงานธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ ผู้  เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและกุมารเวช ทั่วโลกต่างยกย่องและให้การสนับสนุนว่า Royal Jelly เป็นอาหารที่มีคุณค่าและคุณภาพสูง เหมาะสมกับเด็กวัยเจริญเติบโต โรเย็ลเจลลี่จะเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของเด็ก และยังช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเด็ก และยังช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ระบบต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เจริญเติบโตแข็งแรงตามวัยและสมองดี
Dr. Yoshieaki ของมหาลัย Tohoku ในประเทศญี่ปุ่น ได้รายงานผลการรักษาคนไข้โรคมะเร็งที่ทำการรักษาโดยฉายแสงสุขภาพพลามัยจะลดลงอย่างรวดเร็วไม่เจริญอาหาร โดยใช้โรเย็ลเจลลี่รักษาปรากฏได้ผลดี
Dr. Takao Takeuchi ในมหาวิทยาลัย Keio โดยรายงานว่า โรเย็ลเจลลี่สามารถชะลอความแก่และทำให้มีอายุยืน สามารถบำรุงเด็กให้มีพลานามัยแข็งแรงหรือเด็กที่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ สามารถรักษาอาหารหอบหืด หลอดลมอักเสบ ลำไส้อักเสบ ระบบย่อยไม่ดี และข่วยเพิ่มความต้านทานโรคไม่เป็นไข้หวัด
Dr. Yoshinabu ผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่นคนหนึ่งได้รายงานในหนังสือ พลานามัย อายุยืน และโรเย็ลเจลลี่ที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อมนุษย์มาก มีบทบาทต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพลานามัยที่ดี การเจริญเติบโตไปตามวัยและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ระบบการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกายดี และชะลอความแก่
ศาสตราจารย์ Hiroshoi Mator ในมหาวิทยาลัย Tikuda ได้เขียนตำรา “เคล็ดลับเดือน โรคผิวหนัง การบำรุงรักษาหลังการผ่าตัด มะเร็ง อาการความรู้สึกทางเพศลดลง ริดสีดวง แก่เกินวัย ประสาทอ่อนแอ และอาการปวดประสาทต่างๆ ของคนไข้ จำนวน 218 คน ปรากฏ ว่าหาย 193 คน คิดเป็นร้อยละ 88.5
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น Dr. Katsuji Kushima ได้ทำการทดลองหนู (พ้นเว้ย ผสมพันธ์) ให้รับโรเย็ลเจลลี่ หนูเริ่มมีไข่ พร้อมที่จะผสมพันธ์ได้ ดร.แห่งพยาบาลกิซ่าของมหาวิทยาลัยได้รายงานว่า “นมผึ้ง” สามารถที่จะกระตุ้นสมองส่วนกลางซึ่งเป็นตัวควบคุมศูนย์กลางประสาท ความรู้สึกทางอารมณ์ และฮอร์โมนทำให้พลังงานและชีวิตที่กำลังจะเสื่อมถอยให้ดีขึ้นได้ อาการนอนไม่หลับ อาการความรู้สึกทางเพศลดลง มีความกระวนกระวายไม่เจริญอาหาร ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานสามารถที่จะใช้โรเยลเจลลี่ที่รักษาให้หายได้
ในปี ค.ศ. 1954 พระสันตะปาปา เซ็นต์เปาโล ที่ 12 ของอาณาจักรโรมัน คาธอลิค มีอายุ 80 ปี ได้ทรงประชวรอาการหนักมาก บรรดาแพทย์ไม่กล้วถวายการรักษา แนะนำให้รับประทาน โรเย็ลเจลลี่จำนวนมากเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นไม่นานพระอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ร่างกายฟื้นฟูแข็งแรงเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว พระสันตะปะปาเซ็นต์เปาโล ที่ 12 ได้ตรัสชมเชยความมหัศจรรย์ของโรเย็ลลเจลลี่เมื่อพระองค์เสด็จร่วมประชุมการเลี้ยงผึ้งสากล ครั้งที่ 12
กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ได้ทำการทดลองในโรเย็ลเจลลี่ ANTI CANCER AGENT ผลการทดลองได้รายงานใน THE Journal of  The Nation Cancer Institute ว่าโรเย็ลลเจลลี่ มีความสามารถที่จะป้องกันและระงับการเจริญเติบโตของโรคมะเร็งได้จริง ทำให้ผู้ที่เป็นอยู่แล้วก็สามารถบรรเทาอาการลงได้ โดยเฉพาะ “นมผึ้ง” จึงเป็นอาหารมหัศจรรย์ที่มนุษย์ค้นพบว่า มีโปรตีน ไวตามิน ไขมัน แร่ธาตุ เกลือแร่ กรดอามิโน กรดแพนโท-เทนิค  ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นจำนวนมาก
จากการรายงานของประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางวิททาการแผนใหม่และมีความนิยมในการบริโภคโรคเย็ลเจลลี่เป็นอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนการทางแพทย์สูงมากอย่างมหัศจรรย์ สามารถที่จะบริโภคเป็นจำนวนมากและตลอดไป ไม่มีปฎิกริยาแทรกซ้อน หรือทำให้ร่างกายผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งตรงกันข้ามถ้าบริโภคเป็นประจำนานกว่าครึ่งปีขึ้นไป จะได้ผลดีมากเป็นพิเศษทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี และมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง การบริโภคเป็นประจำเป็นวิธีที่ให้ผลสมบูรณ์ที่สุด โดยเฉพาะการบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานและต่อเนื่องจะส่งผลให้ร่างกายดีที่สุด โดยคุณค่าสารอาหารในนมผึ้งมีดังต่อไปนี้

  1. กรด 10 hydroxy-2-decenoic acid มีฤทธิ์ต้านทานการเจริญของแบคทีเรียต้านกัมมันตรังสีและยังยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  2. อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) มีฤทธิ์ขยายเส้นโลหิต จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในโลหิต
  3. สารที่มีฤทธิ์คล้ายอินซูลิน (insuline like substance) จะช่วยลดระดับน้ำตาลในโลหิต
  4. ฮอร์โมนเพศชาย (testosterone)  ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศชายและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  5. กรดซีลาอิก (sebaic acid) ช่วยต้านทานการเจริญของเชื้อราบนผิวหนัง
  6. ไกลโคโปรติน (glycoprotein) ช่วยให้ผิวหนังสดใส มีสปริง และไร้สิวฝ้า
  7. กรดแพนโทเธนิค (pantothenic acid) ช่วยลดความเครียดและบำรุงผิวพรรณ 200 ไมโครกรัม
  8. วิตามินบี1 (thiamine) ช่วยให้หัวใจแข็งแรง สร้างเนื้อเยื่อ ช่วยระบบประสาท กล้ามเนื้อ ช่วยการย่อยของโปรตีน ไขมัน
  9. วิตามินบี2 (riboflavin) ช่วยให้มีสายตาดี สร้างเนื้อเยื่อของผิว สร้างฮอร์โมนให้กับร่ายกายและเปลี่ยนโปรตีนให้เป็นพลังงาน ช่วย ถอนพิษทำให้การเจริญเติบโตเป็นไปด้วยดี ช่วยรักษาผิวหนัง 9 ไมโครกรัม
  10. วิตามินบี6 (pyridoxine) ช่วยสร้างเม็ดโลหิตแดงและเม็ดโลหิตขาว ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ในการสืบพันธุ์ เสริมสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันโรคปากนกกระจอก 5 ไมโครกรัม
  11. วิตามินบี5 (niacin) ช่วยเรื่องความจำเสื่อม(โรคอัลไซเมอร์) ช่วยย่อยอาหารช่วยป้องกันโรคผิวหนังเบื่ออาหารหน้ามืด100 ไมโครกรัม
  12. ไบโอติน (biotin) ช่วยเสริมสร้างต่อมเหงื่อ เยื่อประสาท และช่วยลดโรคไขข้อในผู้สูงอายุ 10 ไมโครกรัม
  13. อินโนสิตัล (inositol) ช่วยป้องกันการสร้างไขมันในตับ ช่วยป้องกันและรักษาไตและตับ 100 ไมโครกรัม
  14. กรดโพลิค (folic acid) ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และสร้างเม็ดเลือด 0.2 ไมโครกรัม
  15. วิตามินบี12 กระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโต ป้องกันโรคโลหิตจาง
  16. ไนโอติน 1.7 ไมโคกรัม    17.อัลบูมิน เป็นโปรตีนที่ดีมากเหมาะสำหรับร่างกาย เป็นส่วนประกอบของพลาสมา
  17. พาโรติน เป็นโปรตีนที่ช่วยสร้างเซลล์ต่างๆให้สดชื่น
  18. กรดอมิโนที่จำเป็น เป็นกรดอมิโนที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้เด็กวัยอ่อน จำเป็นต้องอาศัย Essential amino acid
  19. Essential amino acid กระตุ้นให้ร่างกายเจริญเติบโตไปตามวัย วัยกลางคน ร่างกายต้องการเพื่อให้เกิดเมตาโบลิซึม
  20. ไลซิน ช่วยทำให้การผสมในร่างกายสมบูรณ์มากขึ้น
  21. ลูซีน เป็นตัวสำคัญในการเกิดเมตาโบลิซึมของไขมัน
  22. เธโอนีน ทำให้เกิด Metabolism ของ nucleic acid
  23. ไอโซลัวซิน คล้ายกับ Leucine
  24. ทริปโทแฟน การเจริญอาหารเป็นไปตามปกติ เพิ่มปริมาณของโลหิต
  25. เมไทโอนีน ช่วยการรวมตัวของฟอสฟอรัส ทำให้ไตแข็งแรง ป้องกันการแข็งตัวของไขมันและตับ
  26. เฟนนีลอลานีน เกี่ยวข้องกับเมตาโบลิซึมของน้ำตาล
  27. โฟลิคแอซิค ทำให้การเจริญเติบโตเป็นปกติ ระงับมะเร็ง
  28. อิโนซิโทล ป้องกัน Cholesterol ทำให้เลือดไม่แข็งตัว
  29. ไนโคติน ช่วยการทำงานของระบบประสาท ทำให้ผิวหนังลำไส้เป็นปกติ
  30. อะเซทิล โคลีน เป็นตัวกระตุ้นและรักษาตับดีกว่าอาหารอื่นๆ
  31. ไบโอติน เผาผลาญกรดโฟลิคและบี12
  32. โปตัสเซี่ยม ช่วยในการเก็บน้ำตาลในตับดีขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อทำงานปกติ
  33. แคลเซี่ยม เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ฟัน ช่วยการแข็งตัวของเลือด
  34. แม็กนีเซี่ยม เป็นตัวระงับและกระตุ้นการทำงานของประสาท
  35. ทองแดง เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเลือด เป็นส่วนสำคัญในการสร้างฮีโมโกบิล
  36. แม็กนีเซี่ยม เป็นส่วนสำคัญในการสร้าง โมเลกุลของเลือด
  37. สังกะสี เป็นส่วนสำคัญของกรดบางอย่าง เป็นส่วนสำคัญของอินซูลิน
  38. โซเดียม เป็น Anion ของ Plasma ทำให้เกิดความสมดุลของกรด และด่าง ในร่างกาย
  39. Histidine สำหรับเด็กในวัยเจริญเติบโตมีความสำคัญเป็น Esential Amino Acid
  40. Aginine ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโต
  41. Glutamic acid กระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มความจำ เพิ่มไอคิวทำให้เด็กเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
  42. Alanine เพิ่มการเจริญเติบโต กระตุ้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
  43. Biopterine สารนี้มีผลต่อร่างกายในด้านไหนยังคงไม่ค้นพบ แต่ผู้พบสารนี้คือ Butene ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล
  44. Noopterine Succinic acid ทำให้ร่างกายกระปี้กระเปร่า
  45. Asparagine ช่วยทำให้ TCA cycle ดำเนินไปตามปกติ ลดไขมันในตับทำให้การทำงานของตับดีขึ้น
  46. Tyrosine เกี่ยวข้องกับเมตาโบลิซึมและการขับสารฮอร์โมน
  47. Glycine เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารหลายชนิด
  48. Amine acid ปรับปรุงระบบการทำงานของสมอง
  49. Balanine ปรับปรุงระบบการทำงานของสมอง
  50. กลูโคล เป็นที่มาของพลังงานในร่างกาย
  51. ฟรุคโตส เป็นแหล่งพลังงาน ทดแทนอินซูลินในกรณีที่เป็นโรคเบาหวาน
  52. ซูโครส น้ำตาลที่ต้องย่อยก่อนที่จะไปทำให้เกิดพลังงาน
  53. Sepanmine เป็นตัวที่ทำให้โรเย็ลเจลลี่มีรสเปรี้ยว
  54. Oleic acid ป้องกันการแข็งตัวของเลือด
  55. Lecithin ทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นมีสปริง ช่วยในการแข็งตัวของเลือดทำให้การสูบฉีดโลหิตและหัวใจทำงานเต็มที่
  56. Adenosine มี phosphoric aicd เป็นตัวนำจ่ายพลังงาน
  57. Monophos ให้แก่เซลล์ต่างๆของร่างกาย ทำให้เมตตาโบ
  58. Phate (ADP ATP ลิซึม เป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะทารกที่อยู่ในครรภ์ เด็ก และคนชรา
  59. R-Substance เป็นสารลึกลับมหัศจรรย์ ทำให้ร่างกายแข็งแรงมีอายุยืน