นมผึ้งคืออะไร?

0
990
Royal jelly

นมผึ้ง หรือ Royal Jelly คือสารอาหารสำหรับตัวอ่อนผึ้งหรือผึ้งนางพญา ผลิตจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ที่อยู่ติดกับต่อมน้ำลายบริเวณส่วนหัวของผึ้งงาน ซึ่งจะถูกผลิตออกมาทุกวัน นมผึ้งถือเป็นอาหารสำคัญสำหรับผึ้งนางพญา เพราะช่วยในการเร่งการเจริญเติบโตของผึ้งตัวอ่อนที่จะกลายเป็นผึ้งนางพญา องค์ประกอบส่วนใหญ่ของนมผึ้งจะเป็นน้ำ 60-70% มีลักษณะเป็นเนื้อครีมสีขาว คล้ายน้ำนมหรือสีเหลืองซีดเนื้อข้นเหนียว มีกลิ่นฉุน รสชาติเปรี้ยว และเผ็ดขมในคอ ในนมผึ้งนี้จะอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย 

สารอาหารหลักๆที่พบในนมผึ้ง

  • 10-Hydroxy-2-Decenoic acid (10-HDA) คือกรดไขมันไม่อิ่มตัว  ซึ่งเป็นสารที่สำคัญที่สุดในนมผึ้งเพราะสามารถพบได้เฉพาะในนมผึ้งเท่านั้น กรด 10-Hydroxy-2-Decenoic acid เป็นแหล่งพลังงานหลัก ที่ทำให้เซลล์ในร่างกายมีความแข็งแรงและยืดอายุเซลล์ให้ยาวขึ้น โดยกรดนี้จะเข้าไปซ่อมแซมหน่วยพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid) ของเราให้แข็งแรงขึ้น
  • โปรตีน ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant), สารต้านเชื้อ(Anti-bacterial), สารต้านเนื้องอก(Anti-timer) เป็นต้น
  • วิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินบีรวม และไบโอติน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
  • เกลือแร่ ได้แก่ แคลเซียม(Calcium), ทองแดง(Copper), เหล็ก(Iron), ฟอสฟอรัส(Phosphorus), โพรแทสเซียม(Potassium),  ซิลิกอน(Silicon), และกำมะถัน(Sulfur หรือ Sulphur) นอกจากนี้ยังมีแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทของมนุษย์

ประโยชน์ของนมผึ้งต่อสุขภาพของเรา

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรค ช่วยสร้างภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ  เนื่องจากสาร10-Hydroxy-2-Decenoic acid ที่พบเฉพาะในนมผึ้งนั้นเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น เพราะจะช่วยในการทำให้เซลล์แข็งแรง ยืดอายุเซลล์ ป้องกันเซลล์ผิวถูกทำลาย และทำให้มีผิวพรรณที่ผ่องใส มีน้ำมีนวล ดูอ่อนกว่าวัย เมื่อบริโภคนมผึ้งเป็นประจำ
  • บรรเทาอาการวัยทอง  อาการวัยทองถือเป็นปัญหาทางสุขภาพของผู้หญิงวัยกลางคน เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโพรเจสเตอโรน( Progesterone) จะค่อนข้างแปรปรวนเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดอาการหลายอย่างตามมา เช่น ช่องคลอดแห้ง คันในช่องคลอด แสบร้อน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะสามารถบรรเทาลงด้วยการใช้สารหล่อลื่นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น  แต่จากการศึกษาในผู้หญิงวัยทองที่แต่งงานแล้ว อายุ 50-65 ปี จำนวน 90 คน โดยให้มีการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ นมผึ้ง 15% พบว่าการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งทาที่บริเวณช่องคลอดแทนสารหล่อลื่น ทำให้ผู้หญิงวัยกลางคนมีประสิทธิภาพในการพัฒนาชีวิตของผู้หญิงวัยกลางคนได้ดีขึ้น เนื่องจากนมผึ้งมีคุณสมบัติด้านจุลชีพและมีคุณสมบัติที่คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)
  • ช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด ในผู้ป่วยที่บริโภคนมผึ้งขนาด 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถลดไขมัน (total serum lipid) ในเลือดได้ 10% และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (cholesterol) ในกระแสเลือดได้ถึง 14 %
  • ช่วยปรับระดับความสมดุลของฮอร์โมนทั้งในเพศชายและเพศหญิง ซึ่งนมผึ้งจะช่วยในการควบคุมต่อมไร้ท่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการปวดเมื่อยตามบริเวณกล้ามเนื้อตัว   ทำให้ร่างกายกลับมาสมดุลอีกครั้ง ในผู้หญิงนมผึ้งนี้จะช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ควบคุมวงจรของประจำเดือน
  • ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท เนื่องจากสารแอซิติลโคลีน (acetylcholine) ในนมผึ้ง สามารถช่วยขยายหลอดเลือด ส่งผลให้ระบบประสาทและการทำงานของสมองดีขึ้น ความดันโลหิตลดลง เลือดในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยบำรุงตับ และนอกจากนั้นยังช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) ได้อีกด้วย
  • ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน(Diabetes) โดยนมผึ้งจะช่วยลดน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด จากการทดลองกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน พบว่าการรับประทานนมผึ้งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด สามารถช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้ดีขึ้น
  • ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีปัญหาซึมเศร้า หรือมีภาวะเครียดบ่อยๆ เครียดมากๆ ไม่ว่าสาเหตุนั้นจะมาจากเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว นมผึ้งจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ เพราะในนมผึ้งนั้นมีสารที่ชื่อว่า 10-Hydroxy-2-Decenoic acid (10-HDA)  ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ช่วยบำรุงสมอง ลดความตึงเครียดและความวิตกกังวล และกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เรานอนหลับได้สบายขึ้น
  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากในนมผึ้งมีส่วนประกอบของวิตามินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินบีรวม และสารอาหารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ สารต่างๆพวกนี้จะเป็นตัวช่วยในการลดความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อ
  • ลดการเกิดฝ้า กระ อย่างเห็นได้ชัด เพราะนมผึ้งจะช่วยในการควบคุมการกระตุ้นเม็ดสีผิวใต้ผิวหนัง
  • ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและการสูญเสียมวลกระดูก ในผู้สูงวัย สตรีวัยหมดประจำเดือนหรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนจากกรรมพันธุ์ โดยพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติการป่วยด้วยโรคนี้ นมผึ้งจะสามารถช่วยป้องกันได้เพราะมีวิตามินบีที่สามารถช่วยดูดซึมแคลเซียมได้ในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้สามารถกักเก็บแคลเซียมไว้ที่กระดูกได้มากขึ้น ส่งผลให้กระดูกของเราแข็งแรงมากขึ้น
  • ช่วยในเรื่องผิวพรรณ ในนมผึ้งจะมีกรดที่ช่วยในกระบวนการเสริมสร้างคอลลาเจน (Collagen) ทำให้ผิวหนังของเราอ่อนนุ่มขึ้น และทำให้รอยเหี่ยวย่นจางหายไปในที่สุด ซึ่งผู้ที่รับประทานเป็นประจำจะมีผิวที่สวยและใสขึ้น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here